เมนู

รายงานโปรไฟล์ธุรกิจบน Google

ตัวตนธุรกิจท้องถิ่น ดูได้ทีละสาขา

การแสดงผลบน Search และ Maps คำค้นหาที่อยู่เบื้องหลัง การโทรและการขอเส้นทาง พร้อมประวัติรีวิวอยู่ข้างล่าง รายงานท้องถิ่นฉบับเดียวต่อลูกค้าหนึ่งราย เข้าสู่ระบบเพื่อเปิด รายงานโปรไฟล์ธุรกิจบน Google หรือดูตัวอย่างก่อนว่ามีอะไรบ้าง

ตัวอย่างรายงานโปรไฟล์ธุรกิจบน Google ใน AI Marketing Dashboard แสดงการแสดงผลบน Search เทียบกับ Maps การกระทำของลูกค้า และคะแนนดาว

รายงานโปรไฟล์ธุรกิจบน Google

รายงานโปรไฟล์ธุรกิจบน Google สำหรับเอเจนซี่ SEO ท้องถิ่น: ตัวเลขทั้งหมดของสาขาอยู่ในรายงานเดียว

โปรไฟล์ธุรกิจบน Google หรือชื่อเดิม Google My Business คือจุดที่ลูกค้าท้องถิ่นถูกค้นพบจริง แต่ตัวเลขเบื้องหลังกลับกระจัดกระจายอยู่ในแดชบอร์ดที่ไม่มีใครอยากแคปหน้าจอ รายงานโปรไฟล์ธุรกิจบน Google นี้นำทั้งรายชื่อธุรกิจมาไว้ในมุมมองเดียวต่อลูกค้าหนึ่งราย ทั้งการแสดงผลแยกตาม Search และ Maps คำค้นหาที่ทำให้เกิดการแสดงผลนั้น ห้าการกระทำของลูกค้าที่ตามมา และประวัติรีวิวอยู่ข้างล่าง ทุกสาขาที่ลูกค้าดำเนินการรวมเข้ามาในนี้ และดึงออกมาดูทีละสาขาได้ในคลิกเดียว

รายงานโปรไฟล์ธุรกิจบน Google ใน AI Marketing Dashboard แสดงการแสดงผลบน Search และ Maps การกระทำของลูกค้า การโทร และคะแนนแยกรายสาขา

รายงานโปรไฟล์ธุรกิจบน Google เริ่มจากการแสดงผลบน Google Search เทียบกับ Google Maps ทั้งเดสก์ท็อปและมือถือ

สี่ช่องที่ระบุชัดเจน แทนที่จะเป็นตัวเลขยอดวิวรวมตัวเดียว

Google รายงานการแสดงผลของโปรไฟล์ธุรกิจไว้เป็นสี่ช่องพอดี คือ Search บนเดสก์ท็อป Search บนมือถือ Maps บนเดสก์ท็อป และ Maps บนมือถือ แท็บแพลตฟอร์มและอุปกรณ์แยกทั้งสี่ไว้ต่างหาก วางเป็นแท่งสัดส่วนเดียว พร้อมจำนวนการแสดงผล สัดส่วนเป็นเปอร์เซ็นต์เต็ม และตัวเลขต่อวันของแต่ละช่อง แล้วพับกลับมาเป็นสองการเทียบที่ลูกค้าถามจริง คือ Search กับ Maps และเดสก์ท็อปกับมือถือ โปรไฟล์ท้องถิ่นส่วนใหญ่ถูกแบกด้วยช่อง Maps บนมือถือ ซึ่งเป็นโจทย์ที่ต่างไปจากโปรไฟล์ที่พึ่งพาการค้นหาแบรนด์บนเดสก์ท็อปมาก

สี่ช่องเดียวกันนี้ขับเคลื่อนส่วนบนของรายงานด้วย การแสดงผลของโปรไฟล์ การแสดงผลบน Search และการแสดงผลบน Maps อยู่เคียงข้างกันในแถบตัวเลขหลัก แต่ละตัวมีกราฟเล็กของตัวเอง คลิกตัวไหนก็จะวาดแนวโน้มรายวันด้านล่างใหม่ตามนั้น วงกลมสัดส่วนการแสดงผลคำนวณใหม่ทุกครั้งที่ตัวกรองสาขาเปลี่ยน ลูกค้าสองสาขาจึงเห็นสัดส่วนแยกตามสาขา ส่วนลูกค้าสาขาเดียวเห็นสัดส่วนแยกตามช่องทาง ข้อควรระวังหนึ่งข้อถูกเขียนไว้ตรง ๆ ในแท็บ นั่นคือคนที่เห็นโปรไฟล์ทั้งบน Search และ Maps จะถูกนับในทั้งสองช่อง ตัวเลขทั้งสี่จึงเป็นการแสดงผล ไม่ใช่จำนวนคนที่ไม่ซ้ำกัน

คำค้นหาที่พาให้เจอโปรไฟล์ ทั้งแบบมีแบรนด์และแบบค้นพบใหม่

การแบ่งเดียวที่บอกว่า SEO ท้องถิ่นได้ผลจริงหรือไม่

แท็บคำค้นหาแสดงคำที่ Google ระบุว่าพาไปเจอโปรไฟล์ เป็นจำนวนการแสดงผลรายเดือน แต่ละคำติดป้ายว่ามีแบรนด์หรือเป็นการค้นพบ ตัวควบคุมหนึ่งตัวกรองไปที่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง อีกตัวเรียงตามการแสดงผลหรือเรียงตามตัวอักษร และคอลัมน์สัดส่วนคำนวณใหม่ตามกลุ่มที่กำลังดูอยู่ คำที่มีแบรนด์แสดงเป็นตัวยึดในวงเล็บแทนชื่อลูกค้า เพราะรูปแบบของคำต่างหากคือข้อเท็จจริงที่รายงานได้ ไม่ว่าจะเป็นชื่อเปล่า ๆ ชื่อบวกเวลาเปิด ชื่อบวกรีวิว หรือชื่อบวกเส้นทาง

สัดส่วนคำค้นพบคือตัวเลขที่งาน SEO ท้องถิ่นถูกตัดสิน การแสดงผลจากคำมีแบรนด์โตตามการรับรู้แบรนด์ ส่วนการแสดงผลจากคำค้นพบโตขึ้นเมื่อโปรไฟล์เริ่มชนะการค้นหาตามหมวดหมู่และคำค้นหาใกล้ฉัน ที่แต่ก่อนไม่เคยชนะ ซึ่งเป็นงานที่เอเจนซี่ได้รับค่าจ้างให้ทำ แท็บนี้แสดงทั้งสองสัดส่วนเป็นตัวเลขหลัก และเพิ่มตัวที่สามที่วงการนี้มักซ่อนไว้ คือกี่เปอร์เซ็นต์ของการแสดงผลทั้งหมดที่ตารางคำค้นหาระบุชื่อได้จริง เพราะ Google ไม่เคยระบุคำค้นหาให้ทุกการแสดงผล ตารางนี้จึงอยู่ใต้ตัวเลขการแสดงผลหลัก แทนที่จะแสร้งว่ากระทบยอดกับมันได้พอดี

การกระทำของลูกค้า ทั้งคลิกเว็บไซต์ ขอเส้นทาง โทร ส่งข้อความ และจอง

ห้าผลลัพธ์ สัดส่วนของแต่ละอย่าง และอัตราที่ไม่หวั่นไหวเมื่อทราฟฟิกแกว่ง

การแสดงผลเป็นแค่หนทาง การกระทำต่างหากคือเป้าหมาย แท็บการกระทำแบ่งช่วงเวลาออกเป็นห้าสิ่งที่โปรไฟล์ธุรกิจบันทึกได้ คือคลิกเข้าเว็บไซต์ ขอเส้นทาง โทร ส่งข้อความ และจอง เป็นการ์ดหนึ่งใบและแถวหนึ่งแถวต่ออย่าง ทุกแถวมีจำนวนดิบ สัดส่วนเป็นเปอร์เซ็นต์เต็มของการกระทำทั้งหมด ตัวเลขต่อวัน และอัตราที่ใช้เทียบกันได้จริง คือการกระทำต่อการแสดงผลหนึ่งพันครั้ง ร้านหน้าร้านมักถูกแบกด้วยการขอเส้นทางและการโทร ส่วนธุรกิจบริการมักนำด้วยคลิกเข้าเว็บไซต์ การเห็นสัดส่วนแบบนี้ทำให้รายงานไม่ปฏิบัติต่อทุกโปรไฟล์เหมือนกันหมด

เพราะอัตรานี้คำนวณจากตัวนับ ไม่ใช่เก็บไว้ข้าง ๆ มันจึงยังตรงตามจริงเมื่อเปลี่ยนช่วงวัน เดือนที่เงียบแต่มีอัตราการกระทำดีขึ้น เป็นบทสนทนาคนละเรื่องกับเดือนที่คึกคักแต่อัตราแย่ลง และรายงานให้เห็นทั้งสองแบบ กราฟการโทรแยกตามวันในสัปดาห์อยู่เคียงข้างอัตรานี้ ปริมาณโทรศัพท์มักตามชั่วโมงเปิดร้านมากกว่าตามพฤติกรรมเปิดดู จุดสูงสุดของมันจึงมักตกคนละวันกับจุดสูงสุดของการแสดงผล ซึ่งเป็นหลักฐานที่มีประโยชน์เวลาลูกค้าตัดสินใจว่าจะจัดคนไว้ที่เคาน์เตอร์ตอนไหน หรือจะจัดโปรโมชันช่วงไหน

รีวิวและคะแนน: รีวิวใหม่ การกระจายดาว คะแนนเฉลี่ยตามเวลา อัตราและเวลาในการตอบ

แท่งดาวที่อยู่เบื้องหลังคะแนนเฉลี่ย และรีวิวที่ยังค้างคำตอบ

แท็บรีวิวเริ่มจากการกระจาย ไม่ใช่ค่าเฉลี่ย ห้าแท่งจากหนึ่งดาวถึงห้าดาว แต่ละแท่งมีจำนวนและเปอร์เซ็นต์เต็มของตัวเอง รวมกันได้พอดีหนึ่งร้อย คะแนนเฉลี่ยอยู่ด้านบนและคำนวณย้อนกลับจากแท่งเดียวกันนี้ ลูกค้าที่บวกเลขเองก็จะได้ตัวเลขเดียวกับที่พิมพ์บนการ์ด สี่การ์ดแสดงความเคลื่อนไหวตลอดช่วงเวลา คือรีวิวใหม่ การตอบที่เผยแพร่ไปแล้ว รีวิวที่ยังรอ และจำนวนสะสมทั้งหมดที่ค่าเฉลี่ยยืนอยู่บน ลิสต์ล่าสุดแสดงแต่ละรีวิวพร้อมป้ายดาว แท็กความรู้สึก และสถานะการตอบ โดยลดชื่อผู้รีวิวให้เหลือแค่อักษรย่อ คะแนนเฉลี่ยขยับเป็นแต้ม ไม่ใช่เปอร์เซ็นต์ และการ์ดก็รายงานแบบนั้น คือจาก 4.5 ไป 4.6 คือหกในร้อยแต้ม ไม่ใช่สองเปอร์เซ็นต์

คุณสั่งให้ลูกค้าให้ห้าดาวไม่ได้ แต่ตอบทุกรีวิวและตอบให้เร็วได้ นั่นคืองานที่เอเจนซี่รับผิดชอบได้จริง แท็บการตอบกลับแสดงเป็นสามการ์ด คืออัตราการตอบต่อรีวิวที่ได้รับในช่วงนั้น เวลาตอบตรงกลางเป็นชั่วโมง และขนาดของคิวที่ยังไม่มีคำตอบ พร้อมข้อความบอกตรง ๆ ว่าตัวเลขกลางที่ต่ำกว่าคือผลลัพธ์ที่ดีกว่า แทนที่จะปล่อยให้สีเป็นคนบอกเอง ใต้การ์ดคือคิวงานจริง ทุกรีวิวที่ยังไม่มีเจ้าของตอบ เรียงจากเก่าสุดก่อน พร้อมจำนวนวันที่รอ และชิปที่เปลี่ยนระดับความเร่งด่วนเมื่อรอนานขึ้น คะแนนเป็นระดับ ไม่ใช่ยอดรวม จึงไม่มีวันคูณขึ้นเองเมื่อขยายช่วงวัน

รายงานหลายสาขา: รวมทุกสาขาไว้ในที่เดียว พร้อมเปรียบเทียบรายสาขา

รายงานเดียวสำหรับทั้งกลุ่ม คลิกเดียวไปถึงสาขาที่ฉุดกลุ่มไว้

ลูกค้าท้องถิ่นแทบไม่เคยมีแค่สาขาเดียว แท็บสาขาเปิดด้วยการ์ดต่อสาขาหนึ่งใบ และตารางเปรียบเทียบอยู่ด้านล่าง ทั้งการแสดงผล แนวโน้มเทียบช่วงก่อน การกระทำของลูกค้า อัตราการกระทำ คะแนนเฉลี่ย รีวิวใหม่ และอัตราการตอบ เรียงข้างกัน คลิกแถวไหนก็จะทำให้รายงานทั้งฉบับจำกัดขอบเขตไปที่สาขานั้น ทั้งแถบตัวเลขหลัก แนวโน้ม สัดส่วนการแสดงผล ตารางคำค้นหา รีวิว และคิวการตอบ และชิปสาขาบนแถบเครื่องมือก็ทำงานแบบเดียวกันจากทุกจุดในรายงาน ปุ่มย้อนกลับพากลับไปยังภาพรวมของกลุ่ม

การรวมยอดทำเลขคณิตอย่างถูกต้อง คะแนนเฉลี่ยรวมถ่วงน้ำหนักด้วยจำนวนรีวิว ไม่ใช่เฉลี่ยของค่าเฉลี่ยแต่ละสาขา สาขาที่มีสี่สิบรีวิวจึงไม่มีทางไปกลบสาขาที่มีหกร้อยรีวิว การแสดงผล การกระทำ และโพสต์รวมกันได้ ส่วนคะแนน จำนวนรีวิว และคำถามที่ยังเปิดอยู่เป็นระดับที่คงที่เมื่อเปลี่ยนช่วงวัน และเพราะกลุ่มสาขาจริงไม่เคยเท่ากันหมด การเปรียบเทียบนี้ถูกสร้างมาเพื่อดึงสาขาที่อ่อนแอออกมาให้เห็น ไม่ใช่กลบมันไว้ ทั้งแนวโน้มที่ร่วงและกองรีวิวที่ไม่มีคำตอบคือสิ่งที่ตารางนี้มีไว้เพื่อจับ

รายงานลูกค้าด้าน SEO ท้องถิ่น: จากการแสดงผล สู่การกระทำ สู่รีวิว

สิ่งที่งานดูแลท้องถิ่นถูกตัดสิน และสิ่งที่รายงานนี้ตั้งใจไม่ใส่

งานดูแล SEO ท้องถิ่นถูกตัดสินด้วยสามคำถามตามลำดับ คือโปรไฟล์ถูกมองเห็นหรือไม่ การถูกมองเห็นพาไปสู่การโทรและการขอเส้นทางหรือไม่ และคะแนนยังยืนได้ระหว่างนั้นหรือไม่ แท็บทั้งหมดเรียงลำดับตามคำถามสามข้อนี้พอดี แถบตัวเลขหลักสรุปทั้งสามไว้ด้วยกัน และตัวควบคุมการส่งออกระบุขอบเขตสาขาและช่วงวันที่ใช้ไว้ตรง ๆ เพื่อให้สไลด์ทุกแผ่นย้อนกลับไปหาที่มาได้ เอเจนซี่จำนวนมากยังขอรายงาน Google My Business ด้วยชื่อเดิม แม้เปลี่ยนชื่อผลิตภัณฑ์ไปหลายปีแล้ว และนี่คือรายงานนั้นภายใต้ชื่อปัจจุบันของผลิตภัณฑ์

สิ่งที่ไม่มีอยู่ในนี้ก็สำคัญไม่แพ้กัน ไม่มีตัวเลขยอดดูรูปภาพ เพราะ Google ยกเลิก Insights API รุ่นเก่าไปพร้อมกับมัน แดชบอร์ดไหนที่ยังแสดงยอดดูรูปภาพอยู่ กำลังแสดงตัวเลขเก่าหรือเป็นตัวเลขประมาณการเท่านั้น และก็ไม่มีค่ามาตรฐานจากบุคคลที่สามด้วย รายงานเทียบลูกค้ากับช่วงเวลาก่อนหน้าของตัวเอง ไม่เคยเทียบกับตัวเลขอุตสาหกรรมที่แต่งขึ้น การเชื่อมบัญชีโปรไฟล์ธุรกิจของลูกค้าเป็นขั้นตอนการตั้งค่าแยกต่างหากในพื้นที่ทำงาน ก่อนหน้านั้นรายงานจะแสดงโปรไฟล์ตัวอย่างที่กำหนดผลไว้แน่นอน เพื่อให้เห็นโครงสร้างก่อนตัดสินใจ

คำถามที่พบบ่อย

การแสดงผลบน Google Search กับ Google Maps ในโปรไฟล์ธุรกิจต่างกันอย่างไร

การแสดงผลบน Search คือจำนวนครั้งที่โปรไฟล์ปรากฏในผลการค้นหาของ Google รวมถึงกล่องผลท้องถิ่นและ Knowledge Panel ส่วนการแสดงผลบน Maps คือจำนวนครั้งที่ปรากฏใน Google Maps เอง Google แยกแต่ละอย่างตามเดสก์ท็อปและมือถืออีกชั้น รวมเป็นสี่ช่อง รายงานนี้แยกทั้งสี่ไว้ต่างหาก เพราะคนที่เห็นโปรไฟล์ทั้งบน Search และ Maps จะถูกนับในทั้งสองช่อง ตัวเลขจึงเป็นการแสดงผล ไม่ใช่จำนวนคนที่ไม่ซ้ำกัน

คำค้นหาแบบมีแบรนด์กับแบบค้นพบใน Google Business Profile คืออะไร

คำค้นหาแบบมีแบรนด์คือคนพิมพ์ชื่อธุรกิจตรง ๆ หรือชื่อบวกรายละเอียดอย่างเวลาเปิดหรือรีวิว ส่วนคำค้นหาแบบค้นพบคือการค้นหาตามหมวดหมู่หรือใกล้ฉันที่คนยังไม่รู้จักธุรกิจนั้นมาก่อน สัดส่วนคำค้นพบคือตัววัดความคืบหน้าของ SEO ท้องถิ่นที่ตรงไปตรงมาที่สุด เพราะการแสดงผลจากแบรนด์มักโตตามการรับรู้แบรนด์โดยรวม ในขณะที่การแสดงผลจากคำค้นพบจะโตขึ้นเมื่อโปรไฟล์เริ่มชนะการค้นหาที่แต่ก่อนไม่เคยชนะ

เอเจนซี่ SEO ท้องถิ่นควรรายงานตัวชี้วัดของ Google Business Profile อะไรบ้างทุกเดือน

การแสดงผลของโปรไฟล์แยกตาม Search และ Maps สัดส่วนคำค้นพบของคำค้นหา การกระทำของลูกค้าทั้งห้าอย่างพร้อมอัตราต่อการแสดงผลหนึ่งพันครั้ง และภาพรวมของรีวิว ทั้งรีวิวใหม่ คะแนนเฉลี่ยที่ขยับเป็นแต้ม อัตราการตอบ และเวลาตอบตรงกลาง เพิ่มการเปรียบเทียบรายสาขาสำหรับลูกค้าที่มีหลายสาขา ทั้งหมดนี้ครอบคลุมว่าถูกมองเห็นหรือไม่ ถูกใช้งานหรือไม่ และได้รับความไว้วางใจหรือไม่ ซึ่งเป็นสิ่งที่งานดูแลท้องถิ่นได้รับค่าจ้างให้ทำ

ทำไมยอดดูรูปภาพถึงหายไปจากข้อมูลเชิงลึกของ Google Business Profile

Google ยกเลิก Insights API รุ่นเก่าและย้ายการรายงานไปที่ Business Profile Performance API ตัวชี้วัดยอดดูรูปและสื่อไม่รอดมาด้วยในการย้ายครั้งนี้ แดชบอร์ดไหนที่ยังแสดงยอดดูรูปภาพอยู่ กำลังแสดงตัวเลขเก่าหรือประมาณการขึ้นมาเอง รายงานนี้ตั้งใจตัดออกไป และรายงานเฉพาะตัวชี้วัดที่ API ปัจจุบันเปิดให้ใช้จริงแทน

รายงานนี้ครอบคลุมหลายสาขาให้ลูกค้ารายเดียวได้ไหม

ได้ สาขาทั้งหมดรวมเป็นรายงานเดียวเป็นค่าเริ่มต้น พร้อมตารางเปรียบเทียบรายสาขาที่ครอบคลุมการแสดงผล แนวโน้ม การกระทำ อัตราการกระทำ คะแนน รีวิวใหม่ และอัตราการตอบ เลือกสาขาใดก็จะจำกัดขอบเขตทุกแท็บไปที่สาขานั้น รวมถึงตารางคำค้นหาและคิวรีวิว คะแนนรวมถ่วงน้ำหนักด้วยจำนวนรีวิว สาขาเล็กจึงไม่มีทางไปเบี่ยงค่าเฉลี่ยของทั้งกลุ่มได้

รายงานโปรไฟล์ธุรกิจบน Google สำหรับเอเจนซี่ | AI Marketing Dashboard