รายงานอีเมล Klaviyo
รายได้จากอีเมล นับทีละ Flow
Campaign Flow อัตโนมัติ อัตราการส่งถึง รายได้ที่นำมาประกอบ และการเติบโตของรายชื่อ ทั้งอีเมลและ SMS ขอบเขตเดียวต่อลูกค้าหนึ่งราย เข้าสู่ระบบเพื่อเปิด รายงานอีเมล Klaviyo หรือดูตัวอย่างก่อนว่ามีอะไรบ้าง
รายงานอีเมล Klaviyo
รายงานอีเมล Klaviyo สำหรับอีเมลและ SMS: รายงานวงจรชีวิตลูกค้าที่ลูกค้าของคุณเข้าใจได้ทันที
อีเมลมักเป็นช่องทางที่มีกำไรสูงสุดของลูกค้า และเป็นช่องทางที่อธิบายยากที่สุดไปพร้อมกัน เพราะตัวเลขสำคัญกระจายอยู่ทั้งในสรุป Campaign การวิเคราะห์ Flow แท็บอัตราการส่งถึง และกราฟการเติบโตของรายชื่อ รายงานอีเมล Klaviyo นี้ให้โครงสร้างเดียวแก่ทีมดูแลวงจรชีวิตลูกค้าสำหรับทุกอย่างนั้น ตั้งแต่การส่ง การเปิด การคลิก คำสั่งซื้อที่เกิดขึ้น รายได้ที่นำมาประกอบ การเข้ากล่องจดหมาย ไปจนถึงความเคลื่อนไหวของผู้ติดตาม จำกัดขอบเขตไว้ที่ลูกค้าหนึ่งราย และจัดวางแบบเดียวกันทุกเดือน
รายงานอีเมล Klaviyo แยกราย Campaign ทีละฉบับ
ทุกการส่งวัดผลด้วยการส่งถึง การมีส่วนร่วม และคำสั่งซื้อ
รายงาน Campaign ควรตอบคำถามเดียวได้เร็ว นั่นคือการส่งครั้งนั้นคุ้มกับที่ได้อยู่ในปฏิทินหรือไม่ แต่ละ Campaign แสดงรายชื่อพร้อมกลุ่มเป้าหมายที่ส่งไป จำนวนผู้รับที่เข้าถึงจริงหลังหักอีเมลตีกลับ อัตราการเปิดและอัตราการคลิก และรายได้ที่นำมาประกอบ เรียงลำดับตามรายได้ ทำให้ Campaign ที่แบกเดือนนั้นไว้ขึ้นมาอยู่บนสุด แทนที่จะซ่อนอยู่ในลำดับวันที่ส่ง Campaign ที่ตั้งเวลาไว้และที่ยังเป็นฉบับร่างอยู่ในลิสต์เดียวกัน โดยไม่มีตัวเลขที่แต่งขึ้นมาอยู่เบื้องหลัง
เพราะการส่งถูกจัดกลุ่มตามประเภทข้อความ ไม่ได้ปนกัน Campaign โปรโมชันจะไม่ถูกเฉลี่ยรวมกับจดหมายข่าวหรือข้อความ SMS กรองไปที่ Campaigns แล้วทุกตัวเลขในหน้าจะคำนวณใหม่ ทั้งเส้นแนวโน้ม สัดส่วนรายได้ กราฟช่วงเวลาที่ส่ง และการ์ดสรุปทั้งแปดใบ สรุปประจำเดือนจึงสร้างขึ้นจากโปรแกรมการส่งอย่างเดียวได้ โดยไม่ต้องส่งออกข้อมูลหรือกรองซ้ำอีกสามหน้าจอ
รายงาน Flow และระบบอัตโนมัติ
ชุดต้อนรับ ตะกร้าสินค้าที่ถูกทิ้ง การเรียกดูที่ถูกทิ้ง การเรียกกลับลูกค้าเก่า และแจ้งสินค้ากลับมามีสต๊อก
รายได้จากวงจรชีวิตลูกค้าไปกระจุกตัวอยู่ที่ Flow อัตโนมัติจริง ๆ จึงควรมีมุมมองของตัวเอง แต่ละ Flow แสดงพฤติกรรมที่เป็นตัวกระตุ้น จำนวนขั้นตอนของข้อความที่มี จำนวนโปรไฟล์ที่เข้ามาในช่วงเวลานั้น อัตรา Conversion จากการเข้ามานั้น และรายได้ต่อผู้รับที่ทำได้ ชุดต้อนรับที่ Conversion ได้สองเท่าของ Flow ตะกร้าที่ถูกทิ้งจะเห็นได้ทันที เช่นเดียวกับ Flow ที่เงียบหายไปโดยไม่มีใครสังเกต
การแยกรายงานจำนวนที่เข้ามาออกจากจำนวนข้อความ คือสิ่งที่ทำให้ตัวเลขของแต่ละ Flow เทียบกันได้ ชุดต้อนรับห้าขั้นตอนกับข้อความแจ้งสินค้ากลับมามีสต๊อกสองขั้นตอน ส่งในปริมาณที่ต่างกันมาก ตัวเลขการส่งดิบจึงเข้าข้าง Flow ที่ยาวกว่าเสมอ จำนวนที่เข้ามาและอัตรา Conversion ช่วยให้เทียบกันบนฐานเดียวกันได้ สถานะของ Flow ก็อยู่ในแถวเดียวกัน ทำให้ระบบอัตโนมัติที่หยุดชั่วคราวหรือยังไม่เผยแพร่ดูออกชัดเจน ไม่ถูกเข้าใจผิดว่าเป็น Flow ที่แค่ทำผลงานได้ไม่ดีในเดือนนั้น
อัตราการส่งถึงและสุขภาพของรายชื่อในมุมมองเดียว
การเข้ากล่องจดหมาย อีเมลตีกลับ การร้องเรียน และการยกเลิกรับข่าวสารในที่เดียว
อัตราการเปิดไม่มีความหมายเลยถ้าข้อความไม่เคยไปถึงกล่องจดหมาย การส่งถึงจึงถูกรายงานเป็นอันดับแรก ทั้งสัดส่วนที่ส่งถึงจริง สัดส่วนที่ตีกลับ สัดส่วนที่ถูกตีเป็นสแปม และสัดส่วนที่ยกเลิกรับข่าวสาร การเข้ากล่องจดหมายแบ่งปริมาณที่ส่งถึงออกเป็นกล่องหลัก แท็บโปรโมชัน โฟลเดอร์สแปม และข้อความที่ไม่เคยไปถึงเลย ทำให้ความรู้สึกคลุมเครือว่าการมีส่วนร่วมกำลังลดลง กลายเป็นการวินิจฉัยที่ชัดเจนและแก้ไขได้
รายงานแยกตามผู้ให้บริการอีเมลไปไกลกว่านั้นอีกขั้น Gmail Outlook Yahoo และผู้ให้บริการกล่องจดหมายรายเล็กอื่น ๆ ต่างกรองข้อความด้วยกฎของตัวเอง ปัญหาเรื่องความน่าเชื่อถือมักปรากฏที่ผู้ให้บริการรายใดรายหนึ่งก่อนที่จะเห็นในค่าเฉลี่ยรวมของบัญชี การเห็นอัตราการส่งถึง อัตราการเปิด และอัตราการร้องเรียนเรียงตามผู้ให้บริการ ช่วยให้ทีมดูแลบัญชีตัดสินใจได้ว่าควรแก้การยืนยันตัวตน ตัดโปรไฟล์ที่ไม่มีการเคลื่อนไหวออก หรือแค่ลดความถี่การส่งให้เซกเมนต์ที่เริ่มเบื่อ
การระบุรายได้ให้ทุกอีเมลและทุกข้อความ SMS
รายได้ที่นำมาประกอบ ยอดเฉลี่ยต่อออเดอร์ และรายได้ต่อผู้รับ
รายได้ที่นำมาประกอบเป็นตัวเลขหลัก แต่จะมีประโยชน์จริงก็ต่อเมื่อดูคู่กับตัวเลขอีกสองตัวที่อธิบายมัน ยอดเฉลี่ยต่อออเดอร์บอกว่าการส่งครั้งนั้นดึงตะกร้าที่ใหญ่ขึ้นมา หรือแค่มากขึ้นเฉย ๆ ส่วนรายได้ต่อผู้รับปรับให้เทียบกันข้ามขนาดรายชื่อได้ ทำให้เซกเมนต์ 4,000 คน เทียบกับการส่งถึง 60,000 คน ได้อย่างเป็นธรรม ทั้งสามตัวอยู่บนการ์ดสรุป และแท็บรายได้นำมาย้ำอีกครั้งเคียงข้างลิสต์ที่จัดอันดับการส่งที่ทำรายได้สูงสุด
มุมมองรายได้ยังแบ่งบัญชีออกเป็น Campaign อัตโนมัติแบบ Flow และ SMS พร้อมสัดส่วนของแต่ละส่วนต่อยอดรวม การแบ่งนี้คือบทสนทนาที่มีประโยชน์ที่สุดที่เอเจนซี่จะคุยกับลูกค้าเรื่องโปรแกรมวงจรชีวิตลูกค้าได้ เมื่อ Flow ทำรายได้ส่วนใหญ่จากปริมาณการส่งเพียงเสี้ยวเดียว เส้นทางการเติบโตคือการเพิ่มระบบอัตโนมัติ ไม่ใช่การเพิ่ม Campaign และรายงานก็แสดงให้เห็น แทนที่จะแค่กล่าวอ้าง
รายงานรายชื่อ Segment และการเติบโตของรายชื่อ
จำนวนโปรไฟล์ ระดับการมีส่วนร่วม และที่มาของผู้ติดตามใหม่
รายชื่อและ Segment ถูกรายงานเป็นระดับ ณ ช่วงเวลา ไม่ใช่ยอดรวมของช่วงวัน เพราะจำนวนผู้ติดตามคือยอดคงเหลือที่เคลื่อนไหวตลอดเวลา ไม่ใช่สิ่งที่สะสมไปเรื่อย ๆ ตามช่วงวันที่เลือก รายชื่อและ Segment แบบไดนามิกทุกรายการแสดงจำนวนโปรไฟล์ปัจจุบัน การเคลื่อนไหวในสามสิบวันที่ผ่านมา และระดับการมีส่วนร่วม ทำให้ Segment ที่กำลังหดตัวอย่างเงียบ ๆ ถูกตั้งข้อสังเกตควบคู่ไปกับ Segment ที่ควรส่งบ่อยขึ้น
การเติบโตถูกรายงานด้วยมาตรวัดของตัวเอง นั่นคือโปรไฟล์ที่ได้มาเทียบกับที่เสียไป รายวันตลอดช่วงเวลาที่เลือก พร้อมตัวเลขสุทธิและรายละเอียดว่าโปรไฟล์ใหม่มาจากไหน ทั้งฟอร์มสมัคร การเชื่อมต่อร้านค้า รายชื่อที่นำเข้า หรือการเพิ่มด้วยมือ เอเจนซี่ที่ดูแลทั้งการหาลูกค้าใหม่และวงจรชีวิตลูกค้าไปพร้อมกัน จะเห็นได้ในที่สุดว่ารายชื่อโตขึ้นเพราะฟอร์มทำงานได้ผล หรือเพราะการนำเข้าครั้งเดียวไปเพิ่มตัวเลขเฉย ๆ
โครงสร้างรายงานอีเมลที่พร้อมส่งลูกค้า
แบรนด์ของคุณ ลูกค้าทีละราย โครงสร้างเดียวกันทุกเดือน
รายงานจำกัดขอบเขตไว้ที่ลูกค้าหนึ่งราย และทาสีด้วยแบรนด์ของเอเจนซี่คุณ เลย์เอาต์เดียวกันนี้จึงใช้ได้กับทุกบัญชีที่คุณดูแล โดยไม่ต้องสร้างใหม่ทีละลูกค้า ช่วงวันและการเปรียบเทียบช่วงเวลาอยู่ในแถบเครื่องมือ ปุ่มส่งออกอยู่ในตำแหน่งที่ผู้ดูแลบัญชีคาดไว้ และเจ็ดแท็บเรียงลำดับเดิมเสมอ ได้แก่ Campaigns Flows กลุ่มเป้าหมาย อัตราการส่งถึง รายได้ ช่วงเวลาส่ง และการเติบโตของรายชื่อ ลูกค้าจึงเรียนรู้วิธีอ่านรายงานเพียงครั้งเดียว
โครงสร้างที่คงที่คือสิ่งที่ทำให้บทสนทนาแต่ละเดือนสั้นลง แทนที่จะสร้างสไลด์ใหม่ตามสิ่งที่ระบบส่งอีเมลเพิ่งส่งออกมาในรอบนี้ ทีมดูแลบัญชีเปิดหน้าเดิม เปลี่ยนช่วงวัน แล้วพูดถึงสิ่งที่ขยับจริง ทุกตัวเลขมาจากข้อความในขอบเขตที่เลือก ไม่ใช่พิมพ์ลงสไลด์เอง ตัวเลขที่ลูกค้าเห็นในที่ประชุมจึงเป็นตัวเลขเดียวกับที่รายงานยังคงเก็บไว้หลังจากนั้น การเชื่อมต่อแหล่งข้อมูลยังคงเป็นขั้นตอนการตั้งค่าแยกต่างหาก จัดการรายลูกค้าในการตั้งค่าพื้นที่ทำงาน ไม่ใช่ในตัวรายงานเอง
คำถามที่พบบ่อย
Klaviyo Campaign กับ Flow ต่างกันอย่างไร
Campaign คือการส่งครั้งเดียวไปยัง Segment หนึ่ง ส่วน Flow คือระบบอัตโนมัติที่ถูกกระตุ้นด้วยพฤติกรรม ทั้งชุดต้อนรับ ตะกร้าที่ถูกทิ้ง การเรียกดูที่ถูกทิ้ง การเรียกกลับลูกค้าเก่า และแจ้งสินค้ากลับมามีสต๊อก ทั้งสองมีแท็บของตัวเอง เพราะพฤติกรรมต่างกันโดยสิ้นเชิง Campaign พุ่งขึ้นในวันที่ส่ง ส่วน Flow ทำรายได้อย่างสม่ำเสมอจากปริมาณการส่งเพียงเสี้ยวเดียว และมักไม่ค่อยได้รับการยกย่อง
รายได้จากอีเมลถูกระบุที่มาในรายงาน Klaviyo อย่างไร
รายได้ที่นำมาประกอบและคำสั่งซื้อที่เกิดขึ้นถูกรายงานแยกราย Campaign และราย Flow พร้อมยอดเฉลี่ยต่อออเดอร์และรายได้ต่อผู้รับอยู่ข้างกัน การระบุที่มาเป็นไปตามหน้าต่างเวลาของบัญชี Klaviyo ที่เชื่อมต่อไว้เอง ไม่ใช่กฎที่คิดขึ้นเองในนี้ ซึ่งทำให้ตัวเลขในรายงานนี้เป็นตัวเลขเดียวกับที่ลูกค้าเห็นเมื่อเข้าสู่ระบบ Klaviyo ด้วยตัวเอง
รายได้ต่อผู้รับคืออะไร และทำไมต้องรายงานตัวเลขนี้
รายได้ต่อผู้รับคือรายได้ที่นำมาประกอบหารด้วยจำนวนข้อความที่ส่งถึง หรือพูดง่าย ๆ คือมูลค่าของอีเมลอีกหนึ่งฉบับที่ส่งออกไป เป็นวิธีเทียบที่เป็นธรรมที่สุดระหว่าง Segment เล็กที่มีความสนใจสูงกับการส่งวงกว้าง เพราะการส่งถึงหนึ่งหมื่นคนมักชนะเรื่องรายได้รวมเสมอ แต่แพ้ตัวเลขต่อผู้รับอย่างชัดเจน
รายงานอัตราการส่งถึงอีเมลให้ลูกค้าดูอย่างไร
แท็บอัตราการส่งถึงรายงานสัดส่วนที่ส่งถึง ตีกลับ ถูกร้องเรียนว่าเป็นสแปม และยกเลิกรับข่าวสาร เทียบกับจำนวนที่ส่งออกไป ทำให้ความเสียหายต่อรายชื่อปรากฏก่อนที่จะกลายเป็นปัญหาการเข้ากล่องจดหมาย เมื่ออ่านคู่กับการเติบโตของรายชื่อ ทั้งโปรไฟล์ที่ได้มาและเสียไป พร้อมที่มาของแต่ละส่วน จะเห็นได้ว่าตารางส่งที่ถี่เกินไปกำลังแลกรายได้ด้วยต้นทุนของรายชื่อหรือไม่
รายงาน Klaviyo ครอบคลุม SMS นอกเหนือจากอีเมลด้วยหรือไม่
ครอบคลุม ทั้งสองช่องทางอยู่ในบัญชีเดียวกัน และมุมมองรายได้แบ่งเป็น Campaign อัตโนมัติแบบ Flow และ SMS เมื่อตัวชี้วัดใดไม่มีอยู่จริงสำหรับข้อความตัวอักษร รายงานจะระบุไว้ตรง ๆ แทนที่จะแสดงเป็นศูนย์ ขอบเขตที่มีแต่ SMS จะรายงานว่าไม่มีการติดตามอัตราการเปิดสำหรับ SMS แทนที่จะสื่อเป็นนัยว่าอัตราการเปิดเท่ากับศูนย์เปอร์เซ็นต์